เราต่างก็มีหลากอารมณ์ หลายความรู้สึก ทั้งสุข เศร้า เหงา เบื่อ โกรธ รำคาญ อิจฉา ฯลฯ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติมาก ๆ แต่เมื่อจะทำงานร่วมกันกับคนหมู่มาก มีการปลูกฝังทัศนคติว่าการทำงานแบบมืออาชีพ ต้องแยกอารมณ์ออกจากการทำงาน ซึ่งต่างกับเนื้อหาในหนังสือหมวดจิตวิทยาและการพัฒนาตนเองเล่มหนึ่ง เขียนโดย ลิซ ฟอสเลียน และ มอลลี่ เวสต์ ดัฟฟี่ ทั้งสองคนเป็นผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรมการทำงานยุคใหม่ ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยการสนับสนุนแนวคิดรูปแบบ คนทำงานไม่จำเป็นต้องตัดอารมณ์ออกจากทำงาน แต่ควรเรียนรู้อารมณ์ของตนเอง เพื่อจัดการได้อย่างชาญฉลาด และใช้ให้มีประสิทธิภาพ
เนื้อหาในหนังสือมีการแบ่งเป็น 7 บท โดยพูดถึงกฏของอารมณ์ 7 ข้อ ที่เกี่ยวโยงกับการทำงานกับคนใช้อารมณ์ต่าง ๆ โดยเรียงลำดับตั้งแต่บทที่ 1 ไปจนถึงบทที่ 7 ได้แก่ อนาคตเป็นเรื่องของอารมณ์ สุขภาพ แรงบันดาลใจ การตัดสินใจ การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร วัฒนธรรม และ ภาวะผู้นำ โดยเนื้อหาของทั้ง 7 บทล้วนแต่ให้ข้อคิดแก่คนทำงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่รักการอ่านและต้องการพัฒนาตนเองแนะนำให้ลองอ่านค่ะ แต่เราขอแอบสปอยตัวอย่างว่าคุณจะได้ข้อคิดอะไรบ้าง เมื่อคุณอ่านหนังสือ “ทำงานกับคนต้องใช้อารมณ์ให้เป็น” (แปลภาษาไทยโดย คุณอริสา บุญช่วย)
กฏ 7 ข้อ เรื่องการใช้อารมณ์ในที่ทำงาน
- ไม่ต้องบ้างานขนาดนั้นก็ได้
- สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง
- อารมณ์คือส่วนหนึ่งสมการ
- ความปลอดภัยทางใจต้องมาก่อน
- ความรู้สึกไม่ใช่ข้อเท็จจริง
- วัฒนธรรมความรู้สึกหลั่งไหลจากตัวคุณ
- อ่อนไหวให้ถูกเรื่อง
7 ตัวจุดความเครียดสุดอันตรายในการทำงาน
- ขอบเขตงานขยายเรื่อย ๆ
- ข้อมูลถาโถม
- อ่านอีเมลตอนลาพักร้อน
- ตารางงานที่คาดเดาไม่ได้
- เดดไลน์ที่เป็นไปไม่ได้
- การตัดขาดจากสังคม
- การอดนอน
คลั่งงานให้น้อยลง
การคลั่งงานน้อยลง ไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจงาน แต่หมายถึงการห่วงตัวเองให้มากขึ้น ควรรู้จักและจัดสรรเวลาให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก มีเวลาไปทำกิจกรรมโปรด ออกกำลังกาย และพักร้อนอย่างไร้ความกังวล เพราะไม่มีใครห่วงร่างกายของเราเท่าตัวเราเอง
อย่านำตรรกะในที่ทำงานมาใช้ในเวลาส่วนตัว
อย่าคาดเส้นตัวเองให้เป๊ะไปเสียทุกอย่าง ทำตัวไร้สาระหรือไม่มีประสิทธิภาพบ้าง เพื่อพักตัวเองเสียบ้าง ไม่ได้เป็นการเสียเวลา แต่เป็นการชาร์จพลังให้ตัวเอง
ทำงานกับคนใครว่าใช้อารมณ์ไม่เป็น
อารมณ์ คือ สิ่งปกติของคนเรา จึงเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ หากจะทำงานร่วมกับคนแล้วมีอารมณ์ แต่ขึ้นอยู่การกับรู้จักใช้อารมณ์ให้เป็น ระหว่างให้อารมณ์เป็นเครื่องมือนำไปสู่ความสำเร็จของงาน หรือจะให้อารมณ์เป็นอาวุธฟาดฟันจนงานพังไม่เป็นท่า
ปล่อยวางสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้
มีหลายครั้งที่คุณอาจไม่สบอารมณ์ หรือรู้สึกขัดใจกับความคิดหรือการกระทำของเพื่อนร่วมงาน แต่การที่จมอยู่กับความรู้สึกนั้น หรือการคิดวนไปวนมา มันจะรั้งให้คุณก้าวไปสู่จุดหมายได้ช้าลง ให้มองว่ามันคือสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้ แต่ควรพุ่งเป้าไปในสิ่งที่คุณจัดการได้ คือ การโฟกัสกับงานปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้าของคุณ!
เห็นคุณค่าของช่วงเวลาสั้น ๆ
เปลี่ยนสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในตารางเวลาทำงาน ให้เป็นเวลาอิสระจากหน้าจอบ้าง เช่น การนั่งเฉย ๆ มองดูวิวนอกหน้าต่าง การเดินออกไปรับลมและแสงแดด หรือแม้แต่การงีบหลับสัก 15 นาที
เมื่อมีความขัดแย้ง ต้องรู้จัก “ฟัง”
ให้รู้จักฟังคนอื่นก่อน แล้วจึงค่อย ๆ เสนอความคิดของตนเองอย่างใจเย็น
อ่านทบทวนข้อความอย่างตั้งใจก่อนกดปุ่มส่ง
เมื่อจะส่งอีเมล ข้อความ หรือบทสนทนาใด ๆ ควรอ่านทบทวนอย่างตั้งใจอีกครั้ง เพื่อเช็คอารมณ์ของถ้อยคำก่อนกดปุ่มส่ง ถ้าจะให้ดี ควรทบทวนให้ได้สัก 2-3 รอบ เพราะเมื่อเราใช้เวลาในการอ่านทบทวนมากขึ้น ความรู้สึกและอารมณ์ของเราจะถูกกลั่นกรองไปในขณะเดียวกัน ทำให้เรามีเวลาไตร่ตรองในการใช้ถ้อยคำก่อนที่จะกดส่ง
นี่เป็นเพียงตัวอย่างข้อคิดที่คุณจะได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ และยังมีข้อคิดดี ๆ อีกมากมายที่อาจเป็นประโยชน์กับคุณได้มากกว่าที่คิด ให้คุณได้ทำงานกับคนโดยใช้อารมณ์เป็นได้มากกว่าที่เคย